| เมืองลา (พม่า) โรงละครแห่งการฆ่า |
ภาพถ่ายเดือน เม.ย.2549 โดย คาร์ล อัมมาน (Carl Ammann) กวางป่า (Samba Deer) ตัวโตขนาดนี้ยังถูกล่าและนำไปจำหน่ายทั้งตัวที่ตลาดเมืองลา ราวกับว่าที่นั่นไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายใดๆ (ภาพ: National Geographic) แนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก (National Geographic) เปิดโปงล่อนจ้อนด้วยภาพถ่ายจะจะจากเมือลา (Mog La) ที่ชายแดนพม่า-จีนแดนเถื่อน แต่เป็นสวรรค์ของนักค้าสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งเนื้อ หนัง กระดูกและชิ้นส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหมี เสือโคร่ง กวางป่า รวมทั้งสุนัขด้วย ที่นั่นเป็นปลายทางที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับผู้นิยมบริโภคเมนูพิสดารทั้งหลาย โดยไม่สนใจต่อศีลธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ สถานการณ์ยังไม่เคยเปลี่ยน คณะนักท่องเที่ยวจาก จ.นนทบุรี กลุ่มหนึ่ง ที่เดินทางไปยังเมืองลาปลายปีที่แล้ว ได้เป็นประจักษ์พยานในความโหดร้ายของคนกลุ่มหนึ่ง ที่ยังไม่หยุดกระทำการทารุณต่อสัตว์ป่ารวมทั้งสัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุดของมนุษย์ ปัจจุบันมีสนธิสัญญาขององค์การสหประชาชาติ นอกจากนั้น ยังมีความตกลงร่วมฉบับหนึ่งระหว่างรัฐบาลประเทศในเอเชียตะวันอกเฉียงใต้ เมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้การค้าสัตว์ป่าและชิ้นส่วนต่างๆ ของสัตว์ป่าหายากหลายชนิดเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ นายคาร์ล อัมมานน์ (Carl Ammann) ช่างภาพซึ่งติดตามทำสารคดีเกี่ยวกับขบวนการค้าสัตว์ป่า กล่าวว่า หลังจากเดินทางไปยังเมืองลาหลายครั้งในช่วงกว่า 10 ปีมานี้ รวมทั้งครั้งล่าสุดเมื่อปีที่แล้วก็ได้พบว่า การค้าสัตว์ป่าที่นั่นยังดำเนินไปอย่างคึกคัก หมีควายชะตาขาดตัวเขื่องไม่ทราบแหล่งที่มาถูกนำไปวางขายตลาดเมืองลาเช่นเดียวกัน มีหนังตากแห้งวางขายบนโต๊ะอีกข้างหลังโน้นเป็นกวางป่าอีกตัวหนึ่งนอนรอลูกค้า เป็นอีกภาพหนึ่งจากความเพียรพยายามของคาร์ล อัมมาน ซึ่ง 15 ปีที่ผ่านมาได้เดินทางไปที่นั่นรวม 5 ครั้ง (ภาพ: National Geographic) อาณาบริเวณนี้มีความเจริญทางวัตถุ ถนนหนทางไปมาสะดวก เป็นตลาดค้าขายชายแดนขนาดใหญ่ แต่ยังคงเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เป็นดินแดนแห่งการพนัน ปกครองโดยผู้มีอำนาจไม่กี่คน มีระบอบทหารคุ้มครอง ปัจจุบันการค้าขายสัตว์ป่าได้กลายเป็นธุรกิจเข้าแทนที่ยาเสพติดกับบ่อนกาสิโน ผู้ที่เดินทางไปยังเมืองลาสามารถเสาะหาสินค้าจากสัตว์ป่าหลากชนิดที่ตลาดชายแดน ไม่ว่าจะเป็นอุ้งเท้าหมี หรือหมีทั้งตัวจากฟาร์มเลี้ยง กวางป่าขนาดใหญ่ที่ถูกล่าและนำไปเฉือนเนื้อจำหน่ายแบบสดๆ ที่นั่น หรือกระทั่งเสือโคร่ง ที่แบ่งขายเป็นชิ้นๆ เป็นท่อนๆ ลูกค้าส่วนใหญ่จะนำชิ้นส่วนของสัตว์ป่าหายากไปประกอบอาหาร หรือทำเป็นยาอายุวัฒนะ โดยเชื่อว่า มีสรรพคุณในการป้องกันรักษาโรคร้ายนานาชนิด ที่แพทย์แผนใหม่ไม่สามารถเยียวยารักษาให้หายได้ ทางการพม่าได้ปราบปรามขบวนการค้าสัตว์ป่าที่เมืองชายแดนแห่งนี้เป็นระยะๆ แต่ก็เพียงแค่ทำให้ลดความคึกคักลงในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่นานทุกอย่างก็จะกลับดำเนินไปตามปกติ ราวกับว่ามีการรู้เห็นเป็นใจ นายอัมมานน์ ได้เดินทางไปยังเมืองลารวม 5 ครั้ง ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โดยทำทีเป็นลูกค้า เสาะหาเมนูพิสดารทั้งหลาย และแอบถ่ายรูปออกมา ช่างภาพผู้นี้ กล่าวว่า ที่ตลาดเมืองลามีกรงวางตั้งเป็นชั้นๆ ขังสัตว์ป่าหลากชนิดที่จับมาได้ รวมทั้งหมี ค่าง ลิงตัวเล็กๆ ตัวนิ่ม นกหายาก กับสัตว์เลื้อยคลานเกือบจะทุกชนิด ยังมีเนื้อสัตว์หลากประเภท วางขายกันพะเนินบนโต๊ะ รวมทั้งสัตว์ทั้งตัวที่ถูกตายแล้วโดยมีรูกระสุนให้เห็นอยู่ที่หัว บางตัวถูกตัดคอ ชิ้นส่วนหลายชิ้นถูกตัดออกไปก่อนนำออกวางขาย ตลาดสดเมืองลามีเนื้อแห้ง เนื้อย่าง จำหน่ายมากมาย ผู้ซื้อต้องถามก่อนว่า "เนื้ออะไร" ราคาขายก็แตกต่างกันออกไปตามประเภทของสัตว์ป่า (ภาพ: สุปราณี หลักคำ) แนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก กล่าวว่า นายอัมมานได้ไปเห็นขบวนการค้าสัตว์ป่าที่ยังเฟื่องฟูในเมืองลา ครั้งล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว “มันเป็นแหล่งเลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งที่ผมเคยพบเห็น” ช่างภาพคนเดียวกันกล่าว นายอัมมานน์ กล่าวว่า ในฤดูร้อนปี 2548 เคยไปบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นร้านค้าที่ตลาดเมืองลา เจ้าของบ้านนำไปยังหลังบ้านและเสนอขายหนังสือผืนใหญ่ให้ พร้อมกับกระดูกเสือที่บรรจุในกล่อง แต่ นายสตีเฟน กอลสเตอร์ (Stephen Galster) ผู้อำนวยการองค์การพันธมิตรเพื่อสัตว์ป่า หรือ ไวด์ไลฟ์อัลลายอันซ์ (Wildlife Alliance) ซึ่งตั้งสำนักงานงานกรุงเทพฯ บอกว่า เมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ร่วมกันปราบปราม ทำให้การค้าหนังและชิ้นส่วนต่างๆ ดำเนินไปอย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น แต่ชิ้นส่วนบางอย่าง รวมทั้งอวัยวะเพศเสือตากแห้ง กลับบรรจุกล่องอย่างสวย วางขายอย่างเปิดเผยในร้านจำหน่ายของที่ระลึกจากสัตว์ป่า นายกอลสเตอร์ กล่าว นักอนุรักษ์ผู้นี้เห็นด้วยกับประมาณการของผู้เชี่ยวชาญที่ว่า การค้าสัตว์ป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ละปีอาจจะมีมูลค่า 8,000-10,000 ล้านดอลลาร์ โดยกล่าวว่าเป็น “การคาดเดาที่น่าเชื่อถือ” ตีนเสือโคร่งดองเค็มรอลูกค้าซื้อไปทำยาอายุวัฒนะ กระดูกของมันมีค่ามากมาย ทำให้จำนวนที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติลดลงเรื่อยๆ เพราะถูกล่าไปทำเป็นสินค้า (ภาพ: National Geographic) มีคนอื่นๆ อีกจำนวนมากที่ได้เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น เพียงแต่ไม่มีโอกาสที่จะถ่ายรูปออกมาอวดชาวโลกได้ เนื่องจากเจ้าของสถานที่ห้ามปราม หากฝ่าฝืนก็จะใช้อำนาจบาดใหญ่ยึดกล้องและลบภาพทั้งหมดทิ้ง นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเมืองลา กับคณะสภาวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี ในเดือน ธ.ค.2550 กล่าวว่า ผู้ร่วมคณะสามารถช่วยลูกสุนัขเอาไว้ได้หลายตัว โดยช่วยกันออกเงินซื้อ และนำข้ามกลับมายังฝั่งไทยแบ่งกันไปเลี้ยงดู “แต่ก็มีอีกหลายตัวที่เราช่วยไม่ทันในเช้าวันนั้น เพราะมีคนจีนข้ามมาซื้อไป การค้าสัตว์ที่นั่นรวดเร็วมาก สักครู่เดียวลูกสุนัขหลายสิบตัวขายเกลี้ยงหมด ราคาตัวละตั้งแต่ 50 หยวน (250 บาท) ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดและพันธุ์” นักวิชาการซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชา;ญด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น ของ จ.นนทบุรี ที่ร่วมไปกับคณะกล่าว นักวิชาการผู้นี้ กล่าวอีกว่า ที่ตลาดแห่งนั้นลูกค้านิยมบริโภคลูกสุนัข คณะจากไทยได้เห็นลูกสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ และ เยอรมันเชพเพิร์ด ถูกขังไว้ในกรงรอลูกค้าไปซื้อหาด้วย ทั้งหมดอาจจะถูกขโมยจากเจ้าของ ปี 2548 คาร์ล อัมมาน ถูกนำไปยังบ้านหลังหนึ่งในเมืองลา เจ้าของบ้านเสนอขายหนังเสือลายพาดกลอนผืนใหญ่ให้ ทุกชิ้นส่วนของเสือโคร่งเป็นสินค้าที่ขายได้ราคาดี (ภาพ: National Geographic) “อย่างที่ทุกคนทราบ สุนัขเป็นสัตว์ที่ฉลาด ลูกสุนัขพวกนั้นนัยน์ตาละห้อยเหมือนกับจะรู้ชะตากรรมตัวเองในอีกไม่กี่นาที หรือชั่วโมงข้างหน้า หลายคนร้องไห้ที่เห็นสภาพเช่นนั้น” “ซื้อตรงนั้นทุบหัวตรงนั้น แล้วก็หิ้วข้ามแดนกลับไป หลายคนปล่อยโฮ ที่ได้เห็นความโหดร้ายต่อหน้าต่อตา จึงตัดสินใจลงขันกันซื้อลูกสุนัขติดรถกลับมาด้วย" นักท่องเที่ยวอีกคนหนึ่งกล่าว ในตลาดสดเมืองลา พ่อค้าแม่ขายย่างเนื้อบนเตาถ่าน ส่งกลิ่นหอมคลุ้งไปทั่วอาณาบริเวณ มีเนื้อแดดเดียวทำจากเนื้อสัตว์หลายชนิดให้เลือกซื้อในราคาที่ต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมี เสือ กวาง เก้ง กระทั่งเนื้อช้าง ไม่ไกลออกจากตลาดสดเป็นฟาร์มเลี้ยงหมีขนาดใหญ่ เลี้ยงไว้เพื่อดูดเอาน้ำดี หรือ “ทองเหลว” (Liquid Gold) ส่งขาย “ที่ขาดไม่ได้คือ เนื้อหมา ทั้งหมาบ้านธรรมดาและหมาดำ” นักท่องเที่ยวคนเดียวกันกล่าว คาร์ล อัมมาน แอบถ่ายภาพลิงตัวเล็กๆ จากตลาดเมืองลา พวกนี้รอนาทีชะตาขาด เมื่อไปถึงเหลาสักแห่งหนึ่งในมณฑลหยุนหนัน สัตว์ป่าเครือญาติที่ใกล้ชิดของมนุษย์เหล่านี้จะมีราคาแพงมาก (ภาพ: National Geographic) ฟาร์มเลี้ยงหมีเพื่อดูดน้ำดีขายแห่งนี้มีหมีควายอยู่นับร้อยตัว ทั้งหมดถูกขังในกรงแคบๆ พอขยับตัวได้ กินได้และถ่ายได้เท่านั้น ชาวบ้านได้ยินเสียงร้องของพวกมันจนชินชาในยามที่ถูกแทงแท่งหลอดเหล็กเข้าไปในกาย (ภาพ: สุปราณี หลักคำ) เจ้าร๊อตไวเลอรร์ตัวน้อยนัยน์ตาละห้อย ไม่ยินดียินร้ายราวกับว่าจะรู้ชะตากรรมของตัวเอง มันอาจจะถูกขโมยไปจากเจ้าของและรอเวลาที่จะกลายเป็นอาหารจานโปรดของคนกลุ่มหนึ่ง เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวจากไทยช่วยต่อชีวิตลูกสุนัขเหล่านี้ได้เกือบ 10 ตัว (ภาพ: สุปราณี หลักคำ) คณะนักท่องเที่ยวจากไทย ได้ยินเสียงหมีร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เพราะเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของฟาร์มดูดน้ำดีออกจากร่างของพวกมันแบบสดๆ ผู้คนที่นั่นจะได้ยินเสียงร้องวันละ 2 ครั้ง จนเคยชินและเป็นเรื่องธรรมดา เมืองลาเป็นตลาดค้าขายชายแดนขนาดใหญ่อันดับ 2 ระหว่างพม่ากับจีน ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเชียงตุงไปทางตะวันออกราว 80 กม.ข้ามชายแดนเข้าไปในฝั่งจีนระยะทางเท่าๆ กัน เป็นเมืองจิ้งหง (Jinghong) หรือ เชียงรุ่ง ที่สามารถเดินทางขึ้นเหนือต่อไปยังคุนหมิง (Kunming) เมืองเอกของมณฑลหยุนหนัน (Yunnan) ได้อย่างสะดวก ตลาดเมืองลาจึงคึกคักและการเงินสะพัดอยู่ตลอด ที่นั่นซื้อขายสินค้าด้วยเงินดอลลาร์ กับเงินหยวน เป็นหลัก พ่อค้าจำนวนมากปฏิเสธที่จะรับเงินจั๊ตเป็นก้อนโตๆ เนื่องจากไม่มั่นใจในเสถียรภาพ. |
ผู้เข้าชม
วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น