ปาหินอีก - ทะลุรถเก๋งโดน ดช.14 สาหัส
ปาหิน- นายหน่อย พรหมชนะ ชี้รอยที่ถูกแก๊งปาหินนครปฐมปาหินใส่ ระหว่างขับกลับบ้านในกทม. ทำให้ด.ช.วีระยุทธ พรหมชนะ อายุ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บ แพทย์ต้องดูแลอาการอย่างใกล้ชิด อีก 2 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อวันที่ 27 พ.ย.
แก๊งปาหินอาละวาดอีก คราวนี้นี้เกิดที่นครปฐม เหยื่อขับเก๋งจากเมืองกรุงพาครอบ ครัวไปเที่ยวงาน 100 ปีพระราชวังสนามจันทร์ เพื่อดูลิเก "กุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ" ระหว่างทางกลับ โจรชั่วปาก้อนหินเข้าใส่ เด็กชายอายุ 14 โดนเข้าไปเต็มหน้า อาการสาหัส ส่วนเด็กหญิงวัย 2 ขวบและมารดาโดนลูกหลงไปด้วย บิ๊กตร.ถึงกับเต้น สั่งท้องที่ล่ามือปาหินให้ได้ ลั่นต้องเป็นรายสุดท้าย
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 27 พ.ย. เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.นครปฐม รับแจ้งจากผู้เสียหายทาง 191 ว่าถูกวัยรุ่นปาหินใส่รถเก๋งที่นั่งมา มีผู้บาดเจ็บ และขอความช่วยเหลือ เหตุเกิดบนถนนบรมราชชนนี ขาเข้า ช่วงระหว่างหุ่นขี้ผึ้งไทยกับแบงก์ชาติ (ปิ่นเกล้า -นครชัยศรี) หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิทยุฯ จึงประสานท้องที่ใกล้เคียงคือ สภ.นครชัยศรี และ สภ.พุทธมณฑล ให้ประสานรถกู้ชีพ ต่อมาร.พ.ศาลายา พร้อมแพทย์รถกู้ชีพได้ออกไปรอรับผู้บาดเจ็บที่หน้าม.มหิดล ศาลายา ไปปฐมพยาบาล
สำหรับจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่สอบสวนของสภ. นครชัยศรี ต่อมา พ.ต.ท.ไพบูลย์ แพรสีนวล สารวัตรเวร สภ.นครชัยศรี พร้อมกำลังไปตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนผู้ประสบเหตุที่ร.พ.ศาลายา พบว่าเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล กำลังช่วยชีวิตด.ช.วีระยุทธ พรหมชนะ หรือ "น้องเอ็ม" อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/64 ซ.จรัญวิลล่า 3 แขวงและเขตบางพลัด กทม. มีบาดแผลถูกของแข็งปาใส่เข้าที่ใบหน้า บริเวณหน้าผากซ้ายเป็นแผลเย็บ 3 เข็ม ริมฝีปากฉีกเย็บ 7 เข็ม เหงือกฉีก ฟันหัก 2 ซี่ หลังเย็บแผลแพทย์ให้นอนเพื่อรอดูอาการและรอผลเอกซเรย์กะโหลกศีรษะว่าแตกร้าวอันตรายหรือไม่ เบื้องต้นแพทย์ให้การช่วยเหลือน้องเอ็มจนอาการอยู่ในระดับปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คนคือ ด.ญ. เปรมมิกา พรหมชนะ หรือ "น้องปิ่น" อายุ 2 ขวบ มีบาดแผลถลอกจากถูกเศษสะเก็ดของแข็งและเศษกระจกรถยนต์ที่แตกบาดตามศีรษะหลายแห่ง แต่ไม่มีแผลฉกรรจ์ และผู้บาดเจ็บอีกคนคือ น.ส.วันวิสา วรรณุรักษ์ อายุ 28 ปี มารดาของ "น้องปิ่น" มีบาด แผลถูกสะเก็ดกระจกรถและเศษหินคอนกรีตที่แตกปะทะเป็นรอยถลอกบริเวณคอซอกคอ ไม่สาหัส
น.ส.วันวิสาให้การว่า ตนพร้อมนายหน่อย พรหมชนะ อายุ 30 ปี สามีและลูกสาวคือ "น้องปิ่น" รวมทั้ง ด.ช.วีระยุทธ พรหมชนะ, นายภานุพงษ์ พิเคราะห์เดช อายุ 28 ปี ญาติของสามี และนายพีรพล ทองลี อายุ 16 ปี หลานชายสามี พากันมาเที่ยวงานพระปฐมเจดีย์ และเลยไปเที่ยวงาน 100 ปีพระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม เพื่อดูลิเก "กุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ" โดยตนเองพร้อมลูกสาว สามี และหลานสามี รวม 6 คน พากันนั่งมาในรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ สีน้ำตาล ทะเบียน ฐธ 5421 กทม. มีสามีเป็นคนขับกลับออกมาจากงานที่พระราชวังสนามจันทร์
น.ส.วันวิสา กล่าวต่อว่า ขณะที่นายหน่อยสามีขับรถ ตนนั่งคู่ด้านหน้า โดยมี "น้องปิ่น" บุตรสาวนอนหนุนตัก ส่วนที่เบาะหลังมีญาติกับหลานสามีนั่งอยู่ โดยนายภานุพงษ์นั่งด้านขวา นายพีรพลนั่งด้านซ้าย ส่วน ด.ช.วีระยุทธ หรือ "น้องเอ็ม" นั่งกลาง ระหว่างทางถึงประมาณหน้าหุ่นขี้ผึ้ง มีเสียงดังปังที่หน้ารถ พร้อมทั้งกระจกหน้ารถด้านมุมซ้ายล่างของกระจกหน้ารถเป็นรูโบ๋ พร้อมกันนั้นก็ได้ยินเสียงร้องโอดโอยของด.ช.วีระยุทธที่ด้านหลัง โดยเห็นเลือดไหลออกมาที่ใบหน้า รวมทั้งลูกสาวที่นอนหลับมา ก็ส่งเสียงร้องจ้าด้วยความเจ็บปวด จึงรู้ว่าถูกปาหิน ใส่รถ
น.ส.วันวิสาให้การต่อว่า เมื่อรู้ตัวว่าถูกปาหินใส่รถจึงบอกสามีอย่าจอดรถ ให้ขับไปเรื่อยๆ จากนั้นได้โทร.บอกให้ญาติที่ขับรถกระบะตามมาอีกคันทราบ แล้วโทร.แจ้ง 191 ขณะเดียวกันก็สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ 2 คัน มีวัยรุ่นซ้อนกันคันละ 2 คนขับตามมาติดๆ โดยสามีได้ขับรถไปจอดหน้าม.มหิดล ก็มีรถพยาบาลมารับไปที่ร.พ.ศาลายา เมื่อถึงที่ร.พ. ทางตำรวจมาตรวจในรถที่เบาะหลังก็พบก้อนหินตกอยู่บนเบาะแตกเป็น 2 ชิ้น มีเลือดสดๆ ติดอยู่ โดยมีขนาด 9 คูณ 12 ซ.ม. ซึ่งเป็นหินก้อนลักษณะเป็นหินปูนซีเมนต์ผสมทราย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้เสียหายพากลับไปชี้ดูจุดที่ถูกปาหินใส่ ขณะไปตรวจสอบยังมืดและผู้เสียหายจำจุดแน่นอนไม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่สามารถได้เบาะแสจากพยาน เป็นเจ้าของเพิงขายผลไม้รายหนึ่ง กับเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่ง พอทราบว่า ก่อนมีเหตุปาหินใส่รถดังกล่าว มีวัยรุ่นชาย 4 คนขับรถจักรยานยนต์มาวนเวียนย้อนไปย้อนมาที่ริมทางหน้าเพิงขายของ และได้ยินเสียงวัยรุ่นคุยกันว่า จะเอาหินปาใส่รถที่ผ่านมา ขณะนั้นพยานนอนเฝ้าของอยู่ในเพิงที่ปิดแล้ว
ขณะที่นายหน่อย คนขับรถยืนยันว่า ระหว่างทางไม่มีเรื่องอะไรกับวัยรุ่นที่ใช้ถนนทางเดียวกัน และช่วงก่อนจะถูกปาหินใส่ ตนเองขับรถความเร็วประมาณ 80-90 ก.ม./ช.ม. และได้แซงรถบรรทุกมาได้ประมาณอึดใจ ช่วงนั้นถนนขาเข้าว่าง รถวิ่งทิ้งช่วงห่างกันมาก และมีเสียงดังปะทะที่กระจกจนแตก แล้วเห็นรถจักรยานยนต์ 2 คันขับตามมาติดๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ยงยุทธ เตียวตระกูล, พล.ต.ต.สมบัติ ระวังสำโรง รองผบช.ภ.7, พ.ต.อ.วิเชียร ตันติวิริยะ รองผบก.ภ.จว. นครปฐม, พ.ต.อ.อนุรักษ์ นาคพนม ผกก.สภ.นคร ชัยศรี เดินทางไปดูจุดเกิดเหตุ จากนั้นไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ร.พ.ศาลายา พบว่าด.ช.วีระยุทธนอนรักษาตัวให้แพทย์ดูอาการอยู่ที่ห้อง 1208 เตียง 3 ของร.พ.ศาลายา โดยมีนางแจ๋ว พรหมชนะ อายุ 45 ปี มารดา และญาติอีกหลายคนเฝ้าดูอาการอยู่อย่างใกล้ชิด
พล.ต.ต.ยงยุทธ เปิดเผยว่า ได้สั่งกำชับให้ช่วยกันหาตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเหตุอุกอาจอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน และขอให้ประชาชนพลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสกลุ่มแก๊งวัยรุ่นที่คาดว่าอาจเป็นคนร้ายด้วย ขณะที่ พล.ต.ต.สมบัติกล่าวด้วยว่า ต้องให้เหตุการณ์ปาหินใส่รถเหยื่อครั้งนี้รายนี้เป็นรายสุดท้าย ทุกพื้นที่ต้องไม่ให้มีเหตุแบบนี้เกิดขึ้นได้อีกอย่างเด็ดขาด
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 27 พ.ย. เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.นครปฐม รับแจ้งจากผู้เสียหายทาง 191 ว่าถูกวัยรุ่นปาหินใส่รถเก๋งที่นั่งมา มีผู้บาดเจ็บ และขอความช่วยเหลือ เหตุเกิดบนถนนบรมราชชนนี ขาเข้า ช่วงระหว่างหุ่นขี้ผึ้งไทยกับแบงก์ชาติ (ปิ่นเกล้า -นครชัยศรี) หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิทยุฯ จึงประสานท้องที่ใกล้เคียงคือ สภ.นครชัยศรี และ สภ.พุทธมณฑล ให้ประสานรถกู้ชีพ ต่อมาร.พ.ศาลายา พร้อมแพทย์รถกู้ชีพได้ออกไปรอรับผู้บาดเจ็บที่หน้าม.มหิดล ศาลายา ไปปฐมพยาบาล
สำหรับจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่สอบสวนของสภ. นครชัยศรี ต่อมา พ.ต.ท.ไพบูลย์ แพรสีนวล สารวัตรเวร สภ.นครชัยศรี พร้อมกำลังไปตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนผู้ประสบเหตุที่ร.พ.ศาลายา พบว่าเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล กำลังช่วยชีวิตด.ช.วีระยุทธ พรหมชนะ หรือ "น้องเอ็ม" อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/64 ซ.จรัญวิลล่า 3 แขวงและเขตบางพลัด กทม. มีบาดแผลถูกของแข็งปาใส่เข้าที่ใบหน้า บริเวณหน้าผากซ้ายเป็นแผลเย็บ 3 เข็ม ริมฝีปากฉีกเย็บ 7 เข็ม เหงือกฉีก ฟันหัก 2 ซี่ หลังเย็บแผลแพทย์ให้นอนเพื่อรอดูอาการและรอผลเอกซเรย์กะโหลกศีรษะว่าแตกร้าวอันตรายหรือไม่ เบื้องต้นแพทย์ให้การช่วยเหลือน้องเอ็มจนอาการอยู่ในระดับปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คนคือ ด.ญ. เปรมมิกา พรหมชนะ หรือ "น้องปิ่น" อายุ 2 ขวบ มีบาดแผลถลอกจากถูกเศษสะเก็ดของแข็งและเศษกระจกรถยนต์ที่แตกบาดตามศีรษะหลายแห่ง แต่ไม่มีแผลฉกรรจ์ และผู้บาดเจ็บอีกคนคือ น.ส.วันวิสา วรรณุรักษ์ อายุ 28 ปี มารดาของ "น้องปิ่น" มีบาด แผลถูกสะเก็ดกระจกรถและเศษหินคอนกรีตที่แตกปะทะเป็นรอยถลอกบริเวณคอซอกคอ ไม่สาหัส
น.ส.วันวิสาให้การว่า ตนพร้อมนายหน่อย พรหมชนะ อายุ 30 ปี สามีและลูกสาวคือ "น้องปิ่น" รวมทั้ง ด.ช.วีระยุทธ พรหมชนะ, นายภานุพงษ์ พิเคราะห์เดช อายุ 28 ปี ญาติของสามี และนายพีรพล ทองลี อายุ 16 ปี หลานชายสามี พากันมาเที่ยวงานพระปฐมเจดีย์ และเลยไปเที่ยวงาน 100 ปีพระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม เพื่อดูลิเก "กุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ" โดยตนเองพร้อมลูกสาว สามี และหลานสามี รวม 6 คน พากันนั่งมาในรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ สีน้ำตาล ทะเบียน ฐธ 5421 กทม. มีสามีเป็นคนขับกลับออกมาจากงานที่พระราชวังสนามจันทร์
น.ส.วันวิสา กล่าวต่อว่า ขณะที่นายหน่อยสามีขับรถ ตนนั่งคู่ด้านหน้า โดยมี "น้องปิ่น" บุตรสาวนอนหนุนตัก ส่วนที่เบาะหลังมีญาติกับหลานสามีนั่งอยู่ โดยนายภานุพงษ์นั่งด้านขวา นายพีรพลนั่งด้านซ้าย ส่วน ด.ช.วีระยุทธ หรือ "น้องเอ็ม" นั่งกลาง ระหว่างทางถึงประมาณหน้าหุ่นขี้ผึ้ง มีเสียงดังปังที่หน้ารถ พร้อมทั้งกระจกหน้ารถด้านมุมซ้ายล่างของกระจกหน้ารถเป็นรูโบ๋ พร้อมกันนั้นก็ได้ยินเสียงร้องโอดโอยของด.ช.วีระยุทธที่ด้านหลัง โดยเห็นเลือดไหลออกมาที่ใบหน้า รวมทั้งลูกสาวที่นอนหลับมา ก็ส่งเสียงร้องจ้าด้วยความเจ็บปวด จึงรู้ว่าถูกปาหิน ใส่รถ
น.ส.วันวิสาให้การต่อว่า เมื่อรู้ตัวว่าถูกปาหินใส่รถจึงบอกสามีอย่าจอดรถ ให้ขับไปเรื่อยๆ จากนั้นได้โทร.บอกให้ญาติที่ขับรถกระบะตามมาอีกคันทราบ แล้วโทร.แจ้ง 191 ขณะเดียวกันก็สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ 2 คัน มีวัยรุ่นซ้อนกันคันละ 2 คนขับตามมาติดๆ โดยสามีได้ขับรถไปจอดหน้าม.มหิดล ก็มีรถพยาบาลมารับไปที่ร.พ.ศาลายา เมื่อถึงที่ร.พ. ทางตำรวจมาตรวจในรถที่เบาะหลังก็พบก้อนหินตกอยู่บนเบาะแตกเป็น 2 ชิ้น มีเลือดสดๆ ติดอยู่ โดยมีขนาด 9 คูณ 12 ซ.ม. ซึ่งเป็นหินก้อนลักษณะเป็นหินปูนซีเมนต์ผสมทราย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้เสียหายพากลับไปชี้ดูจุดที่ถูกปาหินใส่ ขณะไปตรวจสอบยังมืดและผู้เสียหายจำจุดแน่นอนไม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่สามารถได้เบาะแสจากพยาน เป็นเจ้าของเพิงขายผลไม้รายหนึ่ง กับเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่ง พอทราบว่า ก่อนมีเหตุปาหินใส่รถดังกล่าว มีวัยรุ่นชาย 4 คนขับรถจักรยานยนต์มาวนเวียนย้อนไปย้อนมาที่ริมทางหน้าเพิงขายของ และได้ยินเสียงวัยรุ่นคุยกันว่า จะเอาหินปาใส่รถที่ผ่านมา ขณะนั้นพยานนอนเฝ้าของอยู่ในเพิงที่ปิดแล้ว
ขณะที่นายหน่อย คนขับรถยืนยันว่า ระหว่างทางไม่มีเรื่องอะไรกับวัยรุ่นที่ใช้ถนนทางเดียวกัน และช่วงก่อนจะถูกปาหินใส่ ตนเองขับรถความเร็วประมาณ 80-90 ก.ม./ช.ม. และได้แซงรถบรรทุกมาได้ประมาณอึดใจ ช่วงนั้นถนนขาเข้าว่าง รถวิ่งทิ้งช่วงห่างกันมาก และมีเสียงดังปะทะที่กระจกจนแตก แล้วเห็นรถจักรยานยนต์ 2 คันขับตามมาติดๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ยงยุทธ เตียวตระกูล, พล.ต.ต.สมบัติ ระวังสำโรง รองผบช.ภ.7, พ.ต.อ.วิเชียร ตันติวิริยะ รองผบก.ภ.จว. นครปฐม, พ.ต.อ.อนุรักษ์ นาคพนม ผกก.สภ.นคร ชัยศรี เดินทางไปดูจุดเกิดเหตุ จากนั้นไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ร.พ.ศาลายา พบว่าด.ช.วีระยุทธนอนรักษาตัวให้แพทย์ดูอาการอยู่ที่ห้อง 1208 เตียง 3 ของร.พ.ศาลายา โดยมีนางแจ๋ว พรหมชนะ อายุ 45 ปี มารดา และญาติอีกหลายคนเฝ้าดูอาการอยู่อย่างใกล้ชิด
พล.ต.ต.ยงยุทธ เปิดเผยว่า ได้สั่งกำชับให้ช่วยกันหาตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเหตุอุกอาจอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน และขอให้ประชาชนพลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสกลุ่มแก๊งวัยรุ่นที่คาดว่าอาจเป็นคนร้ายด้วย ขณะที่ พล.ต.ต.สมบัติกล่าวด้วยว่า ต้องให้เหตุการณ์ปาหินใส่รถเหยื่อครั้งนี้รายนี้เป็นรายสุดท้าย ทุกพื้นที่ต้องไม่ให้มีเหตุแบบนี้เกิดขึ้นได้อีกอย่างเด็ดขาด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น